เขียนหัวข้อใหม่
 แสดงความคิดเห็น

รวมเรื่องราวเกี่ยวกับโปรตีนเกษตร

| หัวข้อในหมวดเดียวกัน | chomrom
Tommy (ทอมมี่)
# โพสเมื่อ 7 ธ.ค. 2555
© เนื้อหานี้ ผู้โพสคัดลอกมา และแต่งเติมเองบางส่วน ® ตอบได้เฉพาะสมาชิก
เข้าชม 6971 (4 ต่อวัน) ตอบ 1 ถูกใจ ถูกใจ 1
หัวข้อเป็นประโยชน์

รวมเรื่องราวเกี่ยวกับโปรตีนเกษตร

สวัสดี มิตรรัก นักเว็บ ทุกท่าน โปรตีนเกษตร ถือได้ว่าเป็นแหล่งโปรตีนหลัก ของผู้ที่เกินอาหารมังสวิรัติ หรือ อาหารเจเลยก็ว่าได้ เพราะว่ามีราคาไม่แพง และหาซื้อง่าย อีกทั้งการนำมาปรุงอาหารก็ทำได้ง่ายอีกด้วย

คนที่ตั้งใจจะเริ่มกินอาหารมังสวิรัติ หรือกินเจ หลายคนคงสงสัยว่า แล้วกินโปรตีนเกษตร มันจะให้โปรตีน รวมทั้งกรดอะมิโนที่จำเป็น เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายหรือไม่

บทความนี้มีคำตอบให้คุณครับ

(อนึ่ง ผู้เรียบเรียง (ผมเอง) กินอาหารมังสวิรัต และเจ มาร่วม 4 ปีแล้วครับ ยังไม่พบว่าทำให้เป็นโรคขาดสารอาหารแต่อย่างใด)


ก่อนเข้าเนื้อหาโปรตีนเกษตร มาทำความเข้าใจกับปริมาณโปรตีนที่ร่างกายต้องการก่อน

ปริมาณโปรตีนที่ร่างกายต้องการในแต่ละวัน คือ 0.8 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม หรือ โดยเฉลี่ยสำหรับคนทั่วไปคือ 48 กรัม หรือ เทียบเท่ากับเนื้อสัตว์ดิบ 180 กรัม หรือ ประมาณหมูกระทะ 6-7 ชิ้น ต่อวัน 

ถ้ากินโปรตีนมากเกินไป

การกินโปรตีนมากๆ จะมีผลอย่างไรต่อร่างกาย แน่นอนว่าทุกๆ อย่างต้องการความพอดี การทานโปรตีนมากเกินไปจึงเกิดผลเสียต่อร่างกายได้เช่นกัน โดยจะทำให้กรดอะมิโนในเลือดสูง ตับจะต้องทำงานหนักในการทำลายโปรตีนที่เกิน ไตก็ต้องทำงานหนักในการขับถ่ายกรดยูเรียออกมา อาหารโปรตีนสูงจึงไม่เหมาะกับคนที่ไตเสื่อม-ไตวาย เนื่องจากจะทำให้ไตต้องทำงานหนักขึ้น เพื่อขับถ่ายของเสียจากโปรตีนในรูปไนโตรเจน-ฟอสฟอรัสที่มีฤทธิ์เป็นกรดมากขึ้น

ในเด็กถ้ากรดอะมิโนสูงขึ้นเรื่อยๆ จะทำลายประสาทหู และประสาทสมอง โดยเฉพาะถ้ากินโปรตีนสูงเกิน 4 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมต่อวัน

ในผู้ใหญ่ก็เช่นกัน ถ้ากินมากๆ ประมาณวันละ 2-3 กรัมต่อน้ำหนักตัวต่อวัน โดยกินมากติดๆ กัน 3-4 วัน จะรู้สึกคลื่นไส้ อาเจียน กระวนกระวาย กระหายน้ำมาก และยังสามารถดูตัวอย่างได้จากชาวอเมริกันที่นิยมทานโปรตีนวันละ 100 กว่ากรัม ก็จะมีปัญหาในเรื่องการเสื่อมสภาพของเซลล์ และกระดูกกร่อน

ถ้ากินโปรตีนน้อยเกินไป

ในทางตรงกันข้ามหากทานโปรตีนในปริมาณที่น้อยกว่าความต้องการ จะส่งผลต่อร่างกายมากมาย คือ ทำให้การเจริญเติบโตช้า อ่อนเพลีย การสั่งการของสมองช้ากว่าปกติ ขาดตัวตั้งต้นของการสร้างสารส่งสัญญาณประสาท และการสังเคราะห์ฮอร์โมนธัยรอกซิน รวมถึงเอนไซม์ อีกทั้งร่างกายจะมีความต้านทานโรคต่ำ และเกิดโรคต่างๆ ได้ง่าย เช่น โรคควาชิออร์กอร์ (Kwashiorkor) มักเกิดกับเด็กที่หย่านมใหม่ๆ แล้วไม่ได้รับโปรตีนตั้งแต่อายุยังน้อยๆ พบมากในอายุ 1- 4 ปี เป็นแล้วจะมีอาการบวมไปตามแขน ขา ผมเปลี่ยนสี แห้งและเปราะ ไม่มีกล้ามเนื้อ ถ้ารุนแรงจะมีน้ำคั่งอยู่ในช่องท้อง พุงโร มึนซม ตับโต

และอีกโรคที่เสี่ยงป่วย คือ โรคมารามัส (Marasmus) มักเกิดกับเด็กอายุต่ำกว่า 1 ปี มีลักษณะผอมแห้ง ไม่มีกล้ามเนื้อ ผิวหนังเหี่ยวย่นคล้ายคนแก่ โรคนี้มักจะเกิดร่วมกับโรคควาชิออร์กอร์ จึงเรียกว่า มาราส มิก ควาชิออกอร์

ยังมีนักวิจัยจาก British Heart Foundation ประเทศอังกฤษ ศึกษาพบว่า แม่ตั้งครรภ์ที่ทานโปรตีนน้อย อาจส่งผลต่อการเกิดโรคเบาหวานของลูกเมื่อโตขึ้นได้อีกด้วยนะครับ

มากไปก็ไม่ดี น้อยจนเกินความพอดีก็อันตราย ดังนั้นควรยึดทางสายกลางกันไว้

ที่มา เดลินิวส์

โปรตีนเกษตร

โปรตีนเกษตรหรือเนื้อเทียม (Textured Vegetable Protein : TVP) เป็นผลิตภัณฑ์ที่ผลิตโดย สถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหาร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ผลิตจากแป้งถั่วเหลืองพร่องไขมัน 100% จึงมีคุณค่าทางโภชนาการซึ่งเป็นโปรตีนจากพืชถึง 50% โดยโปรตีนจากถั่วเหลืองดังกล่าวถือว่ามีคุณค่าทางโภชนาการสูง เนื่องจากมีกรดอะมิโนที่จำเป็นต่อร่างกายครบทุกตัว โดยเฉพาะมีไลซีน (Lysine) สูง นอกจากนี้ โปรตีนเกษตรยังมีราคาถูกเมื่อเทียบกับเนื้อสัตว์

เครื่องจักรที่สำคัญในการผลิตโปรตีนเกษตร คือเครื่องเอ็กซ์ทรูดเดอร์ (Extruder) โดยการใส่แป้งถั่วเหลืองพร่องไขมันเข้าเครื่องเอ็กซ์ทรูดเดอร์ ซึ่งมีความดันและอุณหภูมิสูง ในระยะเวลาสั้นๆ เรียกว่า กระบวนการอัดพอง หรือ extrusion process แป้งถั่วเหลืองพร่องไขมันได้รับความร้อนขณะเคลื่อนตัวไปตามร่องสกรูของเครื่องเอ็กซ์ทรูดเดอร์ จนสภาพธรรมชาติเปลี่ยนไป (protein denatured) เป็นของเหลวข้น และถูกอัดผ่านรูเล็กๆ ที่มีรูปร่างเป็นสี่เหลี่ยมออกมา พร้อมกับถูกใบมีดที่ติดตั้งอยู่ที่ปลายเครื่อง ตัดออกเป็นชิ้นๆ หล่นลงสู่สายพาน นำเข้าอบเพื่อไล่ความชื่นให้เหลือต่ำกว่า 5% ก็จะได้ผลิตภัณฑ์โปรตีนที่มีลักษณะคล้ายเนื้อสัตว์ที่เรียกว่า “โปรตีนเกษตร”

วิธีการใช้โปรตีนเกษตร นำมาแช่ในน้ำเย็น โดยใช้โปรตีนเกษตร 1 ส่วนต่อน้ำ 2 ส่วน ใช้เวลาประมาณ 5 นาที จะดูดน้ำจนพองนิ่ม (หรือแช่ในน้ำเดือดใช้เวลา 2 นาที) บีบน้ำออก นำไปประกอบอาหารได้

วิธีการเก็บรักษาโปรตีนเกษตร เก็บไว้ที่อุณหภูมิห้อง ในภาชนะที่สะอาด แห้ง ปิดสนิท เก็บได้นาน 1 ปี

คุณค่าทางอาหาร

ปริมาณสารอาหารในโปรตีนเกษตร 100 กรัม

  • พลังงาน366.38กิโลแคลอรี่
  • โปรตีน 49.76 กรัม
  • คาร์โบไฮเดรต (รวม crude fiber) 40.89กรัม
  • ใยอาหาร 13.60 กรัม
  • เถ้า 6.78 กรัม
  • ความชื้น 2.15 กรัม
  • ไขมัน 0.42 กรัม
  • โพแทสเซียม 6.71 กรัม
  • ฟอสฟอรัส 773.70 มก.
  • แคลเซียม 138.90 มก.
  • เหล็ก 6.80 มก.
  • โซเดียม 0.95 มก.
  • ไนอะซีน 2.35 มก.
  • วิตามินบี 10.26 มก.
  • วิตามีนบี 20.26 มก.


กรดอะมิโน
  • ลูซีน 3.98 กรัม
  • ไลซีน 3.11กรัม
  • ฟีนิลอะลานีน 2.85 กรัม
  • วาลีน 2.25 กรัม
  • ทรีโอนีน 2.18 กรัม
  • ไอโซ-ลูซีน 2.13 กรัม
  • ไทโรซีน 1.88 กรัม
  • ทริปโตเฟน 0.91 กรัม
  • ซิสตีน 0.80 กรัม
  • เมทไทโอนีน 0.73 กรัม 

โปรตีนเกษตร ให้สารอาหารเพียงพอหรือไม่

"โปรตีนเกษตร" คุณค่าโปรตีนเทียบเท่าเนื้อสัตว์

การกินเจนั้น หลายคนอาจจะกลัวว่าจะไม่ได้รับโปรตีนที่เพียงพอต่อร่างกาย ซึ่งนั่นไม่ใช่ปัญหาในการกินเจเลย เพราะในการกินเจนั้นมีวัตถุดิบอย่างอื่นที่นำมาปรุงและให้สารอาหารทดแทนโปรตีนจากเนื้อสัตว์ได้ อย่างเช่นวัตถุดิบที่มีชื่อเรียกว่า "โปรตีนเกษตร" ที่ถือว่าได้รับความนิยมนำมาเป็นวัตถุดิบแทนเนื้อสัตว์ในการทำเมนูอาหารเจกันมาก                 "โปรตีนเกษตร" นั้นเป็นผลิตภัณฑ์ทางอาหารที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เป็นผู้ริเริ่มผลิตขึ้น โดยนำแป้งถั่วเหลืองมาสกัดเอาไขมันออกจนแทบไม่เหลือ ซึ่งเรียกเป็นภาษาวิชาการว่าแป้งดีแฟต (Defat flour) นำเอามาผ่านกระบวนการผลิตโดยวิธีเอ็กซทรูชั่น (Extrusion cooking process) จะทำให้ได้โปรตีนเกษตร ที่มีปริมาณโปรตีนถึง 49.74% ไขมัน 0.26% คาร์โบไฮเดรท 37.20% ซึ่งคุณภาพโปรตีนของโปรตีนเกษตรนั้นใกล้เคียงกับเคซีนซึ่งเป็นโปรตีนในน้ำนมวัว                การนำโปรตีนเกษตรมาทำอาหาร ก็มีให้เลือกหลากหลายแบบ มีทั้งแบบเป็นชิ้นๆ เล็ก กลาง ใหญ่ และแบบป่นเป็นผง เพื่อให้เลือกนำมาปรุงเป็นเมนูอาหารได้ตามใจชอบ ซึ่งโปรตีนเกษตรนั้น ถือว่าเป็นโปรตีนจากพืช ที่ให้คุณภาพของโปรตีนไม่ต่างจากเนื้อสัตว์ อีกทั้งยังหลีกเลี่ยงปัญหาไขมันในเลือดสูง หรือพิษภัยอื่นจากเนื้อสัตว์ได้อีกด้วย

ที่มา ผู้จัดการออนไลน์


นักวิจัยเผย! โปรตีนเกษตรไม่เสี่ยงเกิดมะเร็ง และชี้กินถั่วเหลืองช่วยผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองทำงานดีขึ้น

เข้าสู่เทศกาลถือศีลกินเจแล้ว  สำหรับคนที่ ใช้โปรตีนเกษตรทดแทนเนื้อสัตว์ก็สามารถสบายใจได้ เพราะล่าสุด  รศ.ดร.แก้ว  กังสดาลอำไพ  หัว หน้าฝ่ายพิษวิทยาทางอาหารและโภชนาการ สถาบันวิจัยโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล  เปิดเผยถึงผลการวิจัยเกี่ยวกับความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ อาหารเจที่ทำจากโปรตีนถั่วเหลือง หรือกลูเตนจากแป้งสาลี ซึ่งผลิตเป็นอาหารประเภท ไส้อั่ว  ไส้กรอก  ปลาเค็ม  และลูกชิ้น  ว่าไม่เสี่ยงต่อการก่อเกิดมะเร็ง

จากการศึกษาพบว่า ผลิตภัณฑ์อาหารทั้ง  4  ชนิดดังกล่าว  ไม่มีฤทธิ์ก่อกลาย พันธุ์  แต่ในทางตรงกันข้ามสามารถลดฤทธิ์ก่อการกลาย พันธุ์ได้  นอกจากนี้ยังอาจช่วยยับยั้งหรือลดความ เสี่ยงในการก่อกลายพันธุ์ได้ โดยช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบเอนไซม์ที่ทำลายสารพิษได้  นอก จากนี้  อาหารเจมีผักและผลไม้เป็นส่วนประกอบหลัก คนที่กินเจจึงจะได้รับกากใยจากผักและผลไม้ในปริมาณที่มากพอ ซึ่งจะช่วยให้ระบบขับถ่ายเป็นปกติ  ช่วยดักสารพิษใน ร่างกาย  ช่วยป้องกันมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้  แล้วยังมีสารพฤกษเคมีต่างๆ ที่มีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยป้องกันโรคเรื้อรังที่ไม่ ติดต่อ อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ผู้กินอาหารเจควรระวังคือ  อาหาร เจมักมีไขมันสูง  จึงไม่ควรกินอาหารที่ปรุงด้วย น้ำมันมากเกินไป

นอกจากนั้นยังมีผลการศึกษาในฮ่องกงที่ส่งเสริมการกินถั่วเหลือง ซึ่งเป็นอาหารหลักของคนกินเจด้วย  โดยการศึกษาไอโซ ฟลาโวน สารเคมีที่พบในถั่วเหลือง ถั่วเขียวเลาะเปลือกออก และถั่วฝักยาว  พบว่าช่วยให้หลอดเลือดแดงของผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองทำ งานดีขึ้น

คณะนักวิจัยมหาวิทยาลัยฮ่องกงเผยในเว็บไซต์วารสารหัวใจยุโรปว่า ได้ศึกษาเพื่อหาว่าไอโซฟลาโวนที่เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารให้ผลต่อหลอดเลือด แดงอย่างไร นับเป็นครั้งแรกที่มีการศึกษาเรื่องนี้ พวกเขาให้ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง 50 คน  รับประทาน ไอโซฟลาโวนที่เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารวันละ 80  มิลลิกรัม  นาน  12  สัปดาห์  อีก  50  คน  รับประทานยาหลอก  หลังจากนั้นใช้ เครื่องอัลตราซาวด์ตรวจการไหลเวียนของเลือดในหลอดเลือดแดงบริเวณต้นแขน หลังจากคลายสายรัดต้นแขนได้ 1  นาที  พบว่ากลุ่มที่รับประทานไอโซฟลาโวนที่เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร  เลือดไหลเวียนดีขึ้น  เมื่อเทียบ กับกลุ่มหลัง การที่เลือดในหลอดเลือดแดงบริเวณต้นแขนไหลเวียนดี  มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองประเภท หลอดเลือดอุดตัน

อย่างไรก็ดีคณะนักวิจัยออกตัวว่า ยังเร็วเกินไปที่จะออกคำแนะนำทางการแพทย์ให้ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองรับ ประทานไอโซฟลาโวนที่เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เพราะยังไม่ทราบว่าการรับประทานในระยะยาวให้ผลดีและผลข้างเคียงอย่างไร ดังนั้น สิ่งสำคัญที่สุดยังคงเป็นการรับประทานอาหารให้สมดุล อาหารที่มีถั่วเหลืองมากอาจเป็นประโยชน์ เพราะมีสารไอโซฟลาโวน นอกจากนี้ยังมีกรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อนสูง  มี เส้นใย  วิตามิน  และมีกรด ไขมันอิ่มตัวต่ำ

ที่มา : หนังสือพิมพ์ ไทยโพสต์ ข้อมูลและภาพ : สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)

เครือข่าย คนกินเจ และมังสวิรัติ-รวมเรื่องราวเกี่ยวกับโปรตีนเกษตร-1
กลุ่มเรื่อง #รักสุขภาพ

ติดตาม อัพเดตข่าวสาร คนกินเจ คลิ้กที่นี่

สมาชิกที่เข้าชมล่าสุด

มาดูโลกหุ่นกันเถอะ ได้ทั้งขำ และความรู้  

1
chu (chu)
# โพสเมื่อ 28 ธ.ค. 2555
® ตอบได้เฉพาะสมาชิก
ตอบ ตอบ 0 ถูกใจ ถูกใจ 0
ขอบคุณค่ะ เป็นประโยชน์อย่างมาก
1

แสดงความคิดเห็น



แสดงความคิดเห็นเหรอ
ลงชื่อเข้าใช้หน่อยจ้า ด้วย Facebook ก็ได้ ง่ายๆเอง





Home