เขียนหัวข้อใหม่
 แสดงความคิดเห็น

ความหลงไม่ว่าจะทางโลกหรือทางธรรมล้วนป็นหนทางแห่งความเสื่อมคุณธรรมภายใน

| หมวดธรรมะ,ข้อคิดชีวิต | chomrom
เฉิน เซียง
# โพสเมื่อ 15 ก.พ. 2559
© เนื้อหานี้ ผู้โพสสร้างสรรค์เอง ® ตอบได้เฉพาะสมาชิก
เข้าชม 753 (1 ต่อวัน) ตอบ 0 ถูกใจ ถูกใจ 0

ความหลงไม่ว่าจะทางโลกหรือทางธรรมล้วนป็นหนทางแห่งความเสื่อมคุณธรรมภายใน



ความหลงไม่ว่าจะทางโลกหรือทางธรรมล้วนป็นหนทางแห่งความเสื่อมคุณธรรมภายในตน


   หลายต่อหลายครั้งที่เราพยายามจะฝึกฝนตนต้องการเข้าสู่พระนิพพานพยายามอยากหมดกิเลส จึงฝึกฝนกายใจแต่เมื่อเราพยายามฝึกฝนในทางใดทางหนึ่งแล้ว ออกบวชแล้วหรืออยู่ในรูปของผู้บำเพ็ญไม่ว่าจะรูปลักษณะใด เราเคยมองย้อนเข้าไปมองความหลงภายในจิตใจของเราหรือไม่ บางคนว่าตนหมดกิเลสเป็นอรหันต์แล้วแต่ทำไมยังหลงในบารมีของตนเมื่อมีคนมานพมือกราบไหว้ มีเงินทองเข้าหาสำนักมากมายหรือมีอำนาจในการชี้ขาดสิ่งต่างๆได้กลับเอาแต่ใจตนเอง มีมากก็ลักลอบกอบโกย จนลืมว่าตนกำลังฝึกฝนธรรมะหาทางรู้แจ้ง มีหลายที่หลายแห่งในทางธรรม พยายามไขว่คว้าหาคนเข้าสู่วัด สำนัก หรือสถานธรรม หรือดึงผู้คนมาปฏิบัติในทางที่มิชอบ กล่าวอ้างหลอกลวงยักยอก ยิ่งกว่าชาวบ้านตาสีตาสีที่อยู่แบบคนทั่วไปหาเช้ากินค่ำด้วยซ้ำ  กิเลสของคนทั่วไปชาวบ้านอาจจะมีเพียงหาเงินใช้กินอยู่ไปวันๆไม่อดอยากไม่ต้องขอใครกิน แต่คนที่กล่าวตนว่าอยู่ทางธรรมกลับมีกิเลสมากกว่ามีคุณธรรมต่ำกว่าปุถุชนที่อยู่ที่บ้านหารายได้ยังชีพอย่างสุจริตด้วยซ้ำ  เราเคยมองตนไหมว่าเรากำลังหลงกับธรรมะที่เราเป็นอยู่ว่าตัวเราแน่แท้ของจริง เราเคยหลงอำนาจบารมีที่มีคนมายกยอกราบไหว้มากน้อยแค่ไหน  เราเคยหลงกับเงินทองที่หามาได้จากการเรี่ยไรขอมาจากญาติธรรม หรือได้มาจากความเชื่อขนาดไหน เราเคยมองหรือไม่ว่าการบำเพ็ญธรรมที่ถูกต้องนั้นจะใช่แค่เพียงต้องอยู่แค่วัด สถานธรรมหรืออยู่แค่ที่สถานที่ต่างๆที่กล่าวว่าเป็นที่ฝึกฝนธรรม หาใช่แค่จะต้องติดในสถานที่ว่าจะต้องสงบ สวยงาม มีพระมากมายหรือมีรูปปั้นหลากหลายให้ได้กราบไหว้ ไม่ใช่เลยการฝึกฝนบำเพ็ญธรรมภายในนั้นต้องอยู่ที่ภายในตัวเรา อยู่ในชีวิตประจำวัน รอบกายของเรา    สิ่งแวดล้อมที่พบเจอจะเป็นตัวทดสอบคุณธรรมภายในของเราอย่างมากมาย เคยมีบางคนกล่าวตนว่าถือศีลกินเจแต่การปฏิบัติหาใช่คนกินเจไม่ ปากยังว่ากล่าวดุด่า ไม่รักษาคำพูดหรือไม่มีคุณธรรมภายในจากการแสดงออกภายนอกอยู่ก็มากมี  หรือบางคนแต่งกายในรูปนักบวชมีศีลคอยบังคับให้ทำในสิ่งที่ดีแต่กลับทำแต่สิ่งที่ชั่วร้ายออกมา เช่น ใช้วาจากิริยากร้าวร้าว กล่าวปดมดเท็จหลอกลวงให้คนมาทำบุญกุศล อ้างตนเป็นผู้ยิ่งใหญ่อรหันต์หรือเป็นผู้มีบารมีสูงก็มีมากมาย ทำผิดกฏหมายต่างก็มากมี  สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่การบำเพ็ญธรรมที่ถูกต้อง

     ผู้คนมากมายที่เดินดินหากินแบบสุจริตมีความเมตตาสูงกว่าผู้บำเพ็ญธรรมก็มีเยอะ มีความกตัญญูดูแลบิดามารดา หาเงินเลี้ยงดูครอบครัวอย่างสุจริตไม่หวังพึ่งพิงแต่การร้องขอก็มีมากมาย  แต่ผู้ที่ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบในทางโลกและทางธรรมก็มีอยู่มาก  หากแต่ที่ข้าพเจ้ากล่าวบอกคือผู้ที่กำลังเดินทางผิด หลงในสิ่งต่างๆที่ตนกำลังได้รับอยู่ไม่ว่าจะวาสนาชื่อเสียง เงินตรา ไม่ว่าจะอยู่ในรูปปถุชนหรือนักบวช ย่อมไม่อาจจะเข้าสู่ธรรมะที่สะอาดภายในได้ ทำไมข้าพเจ้าถึงต้องกล่าวบอกเช่นนี้ทั้งๆที่ข้าพเจ้าไม่ได้เสียสละตนอะไรมากมายเป็นเพียงปุถุชนเดินดิน เราจะมีสิทธิ์อะไรมาสอนธรรมะกับผู้ที่เขามีศีลปฏิบัติที่มากกว่า ไม่ใช่แค่เพียงสภาพภายในของแต่ละคนจะแตกต่างกันแต่ความคิดย่อมแตกต่างกันมากมายตามมาจากการปลูกฝัง แม้ตัวข้าพเจ้าจะมีเพียงเส้นลายมือเป็นรูปธรรมกล่าวบอก แต่โดยเนื้อหาของหลักธรรมการปฏิบัตินั้นต้องเข้าใจในเชิงปฏิบัติในชีวิตประจำวัน เรามีคุณธรรมไหม เราว่ากล่าวคนทำมาหากินหาเลี้ยงชีพว่าเขามีกิเลสไหม  เราต้องเข้าใจว่าเป็นความจำเป็นในโลกปัจจุบัน และฝึกฝนให้เราไม่ขี้เกียจงอมืองอเท้าขอคนอื่นกิน ถ้าไม่มีเงินใช้ไม่ทำงานไม่สร้างรายได้ขึ้นมาเลยการปฏิบัติบำเพ็ญก็ไม่ได้ผลสำเร็จใดๆ เพราะเราจะขี้เกียจในเรื่องของการดำรงตนให้สอดคล้องกับโลกยุคใหม่ แต่ขอให้เราเข้าใจและรู้ถึงความพอดีในสิ่งที่ตนทำ ให้มีเมตตาเผื่อแผ่ เข้าใจตัวตน เข้าใจสภาพภายนอกภายในของเราเอง ไม่จำเป็นจะต้องอวดอ้างบารมีหรือจะต้องเป็นใหญ่ เราก็ฝึกฝนกายใจในแบบคนเดินดินธรรมดาที่มีใจสูงค่ากว่าการแต่งกายได้ ไม่ต้องกังวลว่าเราจะเข้านิพพานได้อย่างไรถ้าไม่ออกบวช แต่เราสามารถทำได้เพียงแค่จิตใจที่มีเมตตาที่แท้จริง  มีคุณธรรมภายในที่จริงแท้  มีความสมดุลในการปฏิบัติหาเลี้ยงครอบครัว ไม่เมามัวกิเลสมากมาย แม้แค่แต่งกายแบบคนเดินดินก็สามารถเข้าสู่ถิ่นของสวรรค์นิพพานได้อย่างแน่นอน ขอเพียงให้เดินถูกทางก็จะทำให้เรามีความสะอาดงดงามภายในได้

   หากข้าพเจ้ากล่าวพาดพิงกระทบกระเทือนจิตใจผู้ใดข้าพเจ้าก็ขอโทษและด้วยเจตนาที่แท้จริงในบทความนี้คือการบำเพ็ญธรรมะนั้นเราจะต้องฝึกฝนคุณธรรมภายใน หากแม้นเราจะสามารถสร้างบารมีได้มีคนมายกย่องสรรเสริญมากมายแล้วก็ไม่พึงไปหลง ไม่จำเป็นจะต้องยึดหลงในสิ่งต่างๆ ตัวเราไม่ยึด ไม่หวัง ไม่พึ่งแค่บารมีคนอื่นแต่เราควรพึ่งตัวเราและการฝึกฝนจากสิ่งรอบกายในชีวิตประจำวันเพื่อฝึกฝนให้จิตใจของเราไม่ย่อท้อและแพ้ต่อกิเลสและความหลงภายในตน

ไม่ว่าจะอยู่ในรูปกายใดใดใช่จะบอก     มีช้ำชอกภายในให้รู้เห็น

ไม่ต้องรอของ้อแต่ความเป็น                แต่ให้เห็นคือความดีที่ภายใน

ไม่ใช่มองแต่เปลือกเลือกภายนอก      ถึงจะบอกคุุณธรรมนำสดใส

แต่ให้มองคล้องคุณธรรมนำภายใน     ให้วางไว้ละความหลงปลงใจเรา

อาจจะมีได้มาว่าเราใหญ่                     ใจเบ่งในลาภยศไม่หมดเฉา

จึงเย่อยิ่งผยองดองใจเรา                  เร่งรัดเอาแต่ความชอบตอบเข้าตัว

หากได้มาซึ่งบารมีที่กล่าวบอก        จงละออกภายในให้ลดชั่ว

ตอบตัวตนไม่หลงภายในตัว           ไม่ให้ตัวหลงและใหลไร้คุณธรรม

บทกลอนและบทความโดยเฉินกุ้ยเซียง



เครือข่าย คนกินเจ และมังสวิรัติ-ความหลงไม่ว่าจะทางโลกหรือทางธรรมล้วนป็นหนทางแห่งความเสื่อมคุณธรรมภายใน-1

ติดตาม อัพเดตข่าวสาร คนกินเจ คลิ้กที่นี่

สมาชิกที่เข้าชมล่าสุด

มาดูโลกหุ่นกันเถอะ ได้ทั้งขำ และความรู้  

 

แสดงความคิดเห็น



แสดงความคิดเห็นเหรอ
ลงชื่อเข้าใช้หน่อยจ้า ด้วย Facebook ก็ได้ ง่ายๆเอง





Home