เขียนหัวข้อใหม่
 แสดงความคิดเห็น

วางทุกอย่างเป็นศูนย์จากใจแล้วค่อยจูนคลื่นใหม่กำลังใจก็ตามมา

| หมวดธรรมะ,ข้อคิดชีวิต | chomrom
เฉิน เซียง
# โพสเมื่อ 20 มี.ค. 2559
© เนื้อหานี้ ผู้โพสสร้างสรรค์เอง ® ตอบได้เฉพาะสมาชิก
เข้าชม 875 (1 ต่อวัน) ตอบ 0 ถูกใจ ถูกใจ 0

วางทุกอย่างเป็นศูนย์จากใจแล้วค่อยจูนคลื่นใหม่กำลังใจก็ตามมา

วางทุกอย่างเป็นศูนย์จากใจแล้วค่อยจูนคลื่นใหม่กำลังใจก็ตามมา

  วันนี้ขอใช้ศัพท์ภาษาอังกฤษบ้างนิดหน่อยในการตั้งหัวข้อคะ เวลาที่ผ่านมาหลายวันทำให้ได้เรียนรู้ฝึกจิต แก้ปัญหาหลายอย่างในชีวิต ทำให้หวนคิดถึงความทุกข์ของผู้คนที่ดิ้นรนหาเช้ากินค่ำ เปรียบดังนกอยู่ในรังแล้วก็บินออกมาหาอาหารแล้วก็กลับเข้ารัง ชีวิตของมนุษย์เช่นกันไม่แตกต่างนกน้อยสักเท่าไหร่ แต่เราโชคดีที่มีพละกำลังมากกว่า มีอวัยวะที่เหนือกว่า การสื่อสารที่ดีกว่า สติปัญญาที่มีมา การดำเนินชีวิตจึงแตกต่างกันบ้าง แต่สภาพจิตใจ ความสุขที่ได้รับจากการดำเนินชีวิตนั้นนกหรือมนุษย์ใครจะมีความสุขมากกว่าก็ ต้องไปค้นหากันเอง  เมื่อปัจจัยเรื่องเงินมาเป็นพื้นฐานการดำเนินชีวิต การดิ้นรนเพื่อให้ได้มาจึงเป็นเรื่องจำเป็นในโลกของเรา ถ้าใครจะ อ้างตนว่าตัดสิ้นแล้วเงินทองไม่สนใจนั้น ข้าพเจ้ามั่นใจว่าคำพูดเหล่านั้นอาจจะทำให้ตนกลายเป็นคนโกหกได้ เพราะอะไร? เพราะแม้แต่วงการธรรมะ ศาสนาทุกศาสนา ทุกหน่วยงานองค์กรการกุศลต่างๆ หรือรูปแบบบริษัทเอกชน ล้วนแล้วแต่มีภาระรับผิดชอบใช้จ่ายกับการดำเนินชีวิต เช่นค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าสาธารณูปโภคพื้นฐานต่างๆ  ความจำเป็นเหล่านี้ทุกองค์กรย่อมปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้ เมื่อใช้ก็ต้องเสียจึงเป็นธรรมดา ไม่ต้องพยายามหนีความรับผิดชอบในส่วนนี้ แม้แต่ผู้ที่สละแล้วจิตใจต้องการออกบวชเต็มร้อย แต่พื้นฐานในชิวิตที่เราจะต้องรับผิดชอบ เป็นหลักของความเป็นจริงที่ต้องยอมรับ ถ้าเราหลีกหนีการดำเนินชีวิต หนีหนี้ไฟ หนีหนี้น้ำ นั่นคือการหลบหลีกความเป็นจริง ผิดในใจและทางกฎหมายแน่แท้ แต่เราจะทำอย่างไรในเมื่อเราจะบวช เราอยากจะหลุดพ้นจากความทุกข์ทั้งปวง เราปฏิเสธหนีความรับผิดชอบเหล่านี้ไม่ได้ เมื่อเราคิดมากความวุ่นวายก็ตามมาที่ใจ สังคมที่เป็นอยู่มีเรื่องราวให้เราได้ศึกษาการดำเนินการเติบโตแต่ละขั้นของ จิตใจมีอยู่แล้วในสังคม      ฉะนั้นแล้วข้าพเจ้าเชื่อเสมอว่าการฝึก จิตให้หลุดพ้น จะต้องผ่านประสบการณ์เรียนรู้ในโลกของความเป็นจริง ฝ่าด่านความทุกข์ที่เข้ามาเผชิญตัวเรา รอบข้างเรา ทั้งผู้คน สังคม สิ่งแวดล้อม เป็นส่วนเรียนรู้ฝึกจิตเราได้ดียิ่ง แล้วเราจะทำอย่างไรกับสังคมที่วุ่นวายเหล่านี้ รอบข้าง คนใกล้ตัว การดำเนินชีวิตล้วนแต่มีหลากหลายรสชาติ

       ตอนเช้าได้มีโอกาสได้สนทนา รับฟังปัญหาของบุคคลที่เป็นลูกจ้างในวัดจีนแห่งหนึ่ง ที่เป็นองค์กรการกุศลที่ใหญ่ ภาระรับผิดชอบก็มากมายตามมา ความเหนื่อยล้าอยากระบายออกก็ย่อมเป็นธรรมดาของมนุษย์ทุกคน กำลังใจคือส่วนสำคัญที่จะให้พวกเขาหยัดยืนต่อไปได้ ท่ามกลางสังคมของโลกที่เปลี่ยนแปลงไม่หยุดนิ่ง เมื่อรับฟังปัญหาพร้อมกับหลายวันที่ผ่านมาเราเจอปัญหามามากมายเช่นกัน การ ดำเนินชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไปแต่ละวันถ้าเราเอาเหตุการณ์มาพิจารณาแล้วแก้ ปัญหาพร้อมกับการใช้การฝึกจิตให้ยอมรับ นิ่งสงบได้ โดยหลักที่ข้าพเจ้าค้นพบในครั้งนี้คือ การวางใจให้เป็นศูนย์หรืออยู่ในความว่างในสภาวะต่างๆก่อนตามเหตุการณ์ที่เราเผชิญอยู่ไม่ ว่าจะความทุกข์ทั้งปวง งานที่ถาโถม ลมจะกระชากแรงแค่ไหนขอให้ใจเรานิ่งว่างอย่างมีจุดยืนที่มั่นคง  ไม่ลอยไปตามลมจนเสียสติแล้วปัญหามรสุมที่เจอจะแก้ไปได้ในที่สุด

       วางเป็นศูนย์หรือให้อยู่ในความว่างทำอย่างไร? ข้าพเจ้าจะยกตัวอย่างในชีวิตประจำวันเลย เช่นเรื่องมรดกที่บิดามารดาว่าจะยกตรงโน้นตรงนี้ให้ เราไปปักใจและเชื่อเสมอว่าใช่เป็นของเรา หรือไม่ใช่แต่เรื่องมรดกให้เปรียบเป็นเรื่องอื่นตามด้วยผลที่เกิดทำให้เกิด ทุกข์เช่นกัน เอาละเมื่อเราปักใจ ยึดติดว่าอันนี้ใช่แล้ว เมื่อเหตุการณ์เปลี่ยนไป กลายเป็นสิ่งที่เราคิดว่าใช่จะไม่เป็นไปตามที่หวังไว้ ไม่สมหวังผิดพลาดเปลี่ยนแปลง จิตในช่วงนี้ของเราเริ่มแล้วที่จะคิดนั่นคิดนี่ โทษสิ่งนั้นโทษสิ่งนี้ แม้แต่ผู้นั่งสมาธิฝึกจิตแกร่งกล้าแล้วก็มิอาจตั้งรับทันกับสภาพเหตุการณ์ ที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วได้ หากจะกล่าวอ้างว่าการวางเฉยดีที่สุด คำพูดพูดได้แต่ใจต้องทำให้ได้ด้วย นี่คือจุดสำคัญที่กำลังจะบอกกล่าวคะ

      ไม่ว่าจะเกิดทุกข์ เกิดอะไรที่มากระทบกับจิตใจของเราให้เราคิดในสิ่งที่วางว่างไว้ก่อน ดังตัวอย่างเราจะต้องได้มรดกในส่วนนี้แต่เริ่มมีปัญหา ให้เราคิดเสียว่าเราไม่มีอะไรเลย ไม่ได้อะไรเลย ไม่อยากเอาอะไรเลย เหมือนการวางเฉยที่ใจแต่ไม่ใช่หมายถึงไม่สนใจอะไรเลย ใครทำอะไรก็เฉย ใครว่าอะไรก็เฉย แต่ใจเป็นเหมือนไฟร้อนอยู่ข้างใน นั่นก็ยังไม่ใช่การพ้นทุกข์ เราต้องพิจารณาด้วยปัญญาของเราด้วย หาสาเหตุความเปลี่ยนแปลงสิ่งที่น่าจะเป็น เมื่อรู้เราก็รับทราบ แต่ไม่กร้าวร้าวกระทำในสิ่งที่รุนแรง เมื่อใจเรานิ่งอยู่ในศูนย์แห่งความว่างได้แล้ว เราก็จะปลดทุกข์ในใจทั้งปวงออกได้อย่างไม่ต้องสงสัย เบิกบานตามมาแม้สภาวะที่เราเผชิญยังไม่หยุดนิ่งทุกอย่างจะสงบด้วยใจของเรา เอง

    บางคนอาจจะยังงงๆ สงสัยไม่ค่อยเข้าใจ จะยกตัวอย่างอีกเรื่องเช่น เราค้าขาย ขาดทุน เสียใจร้องไห้ ไม่เหลือเงินที่จะดำเนินธุรกิจต่อ แถมยังมีหนี้เป็นเรือพ่วงให้เราคิดมากอีก นี่คือสาเหตุของทุกข์ เมื่อเกิดให้ใจเราวางไปที่ศูนย์เลยคิดว่าเรายังไม่มีอะไร ใจต้องว่างพยายามอย่าคิดมาก ปลงนั่นแหละคะ กำลังใจเราก็จะเริ่มตามมามีแรงและพลังที่จะสู้และเผชิญอยู่บนโลกที่โหดร้าย ต่อไปได้ วางว่างก่อนถ้าเราฟุ้งซ่านเรื่องไม่ดี เช่นการฆ่าตัวตาย ปล้น ทำสิ่งไม่ดีต่างๆจะเข้ามาในความคิดของเรา ฉะนั้นแล้วถ้าเราคิดว่าวางสู่ศูนย์ก่อนแล้วค่อยๆคิด หาทางแก้ไขพร้อมกับใจที่เข้มแข็ง ทุกอย่างจะเริ่มดีขึ้นโดยเฉพาะสภาพจิตใจของเรา ไม่มีใครช่วยเราได้ถ้าเราไม่ฝึกเอง ทำเอง คิดในสิ่งดีเป็นกุศล หาเงินเลี้ยงชีพสุจริต มั่นในตัวของตน เชื่อว่าปัญหาที่มีมามากแค่ไหนใจเราก็จะรับได้เสมอคะ

วางว่างที่ใจไม่คิด                  ฝึกจิตแรกเริ่มเติมค่า

สิ่งใดทุกข์ตรมทำพา              ให้ว่าวางไว้ให้ได้ปลง

ไม่เติมเชื้อไฟมาเพิ่ม             ให้เริ่มฝึกจิตคิดวางทางลง

ไม่ต่อเติมเสริมเรื่องจนงวยงง      ใจลงสู่ศูนย์ไม่พูนตาม

เมื่อว่างวางลงปลงจิต             มิคิดสับสนจนเลยทราม

อนาคตจะสดใสสะอาดตาม      งามค่าปัญญาพาปลดปลง

ไม่ใช่ใช้ใจแค่วางเฉย            ไม่ทำเลยอะไรใช่แค่แต่นั่งลง

เงียบไม่พูดสมองไม่คิดจิตงวยงง      ให้ตั้งธงใช้ปัญญาพานำชัย

ทำอย่างไรละถึงจะว่าพาใจว่าง      ไม่ใช่วางแค่นิ่งพิงไว้ได้ที่ไหน

ฝึกจิตว่างคือที่เหตุปลดที่ใจ        วางไว้ที่มั่นคงมิหลงทาง

อาจจะกล่าวเป็นคำนั้นมันยาก        แต่ถ้าหากให้เหตุการณ์นำทำสว่าง

ได้ทุกเหตุทุกเภทถ้าเราวาง          ทำความว่างที่ใจให้ได้จริง

ทุกข์ที่มีถาโถมโจนเข้าใส่           สาหัสมากแค่ไหนรับกับทุกข์สิ่ง

ไม่เดินหนีหลีกเลี่ยงเพียงทอดทิ้ง    ให้พึ่งพิงใจของตนคนสำคัญ

ติดตาม อัพเดตข่าวสาร คนกินเจ คลิ้กที่นี่

สมาชิกที่เข้าชมล่าสุด

มาดูโลกหุ่นกันเถอะ ได้ทั้งขำ และความรู้  

 

แสดงความคิดเห็น



แสดงความคิดเห็นเหรอ
ลงชื่อเข้าใช้หน่อยจ้า ด้วย Facebook ก็ได้ ง่ายๆเอง





Home